Open Interest (OI) คืออะไร? ต่างจาก Volume อย่างไร
Open Interest (OI) และ Volume เป็นข้อมูลคนละชนิดที่รายงานควบคู่กันในตลาดอนุพันธ์ OI บอกจำนวนสัญญาที่ยังคงค้างอยู่ ส่วน Volume บอกจำนวนสัญญาที่จับคู่ซื้อขายในช่วงเวลาที่กำหนด ทั้งสองค่าอธิบายกิจกรรมในตลาดย้อนหลัง ไม่ใช่คำยืนยันว่าราคาจะขึ้นหรือลง
Open Interest (OI) คือจำนวนสัญญาคงค้าง
Open Interest คือจำนวนสัญญาฟิวเจอร์สหรือออปชันที่เปิดสถานะแล้วและยังไม่ถูกหักล้าง ปิด หรือสิ้นสุดตามเงื่อนไขของสัญญา สัญญาคงค้างหนึ่งสัญญามีคู่สัญญาฝั่งซื้อหนึ่งรายและฝั่งขายหนึ่งราย แต่ OI นับเป็นหนึ่งสัญญา ไม่ได้นับแยกเป็นสองสัญญาตามจำนวนฝั่ง
ดูคำจำกัดความจาก อภิธานศัพท์ Open Interest ของ TFEX และตรวจรายละเอียดให้ตรงกับชนิดผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดของสัญญาที่กำลังศึกษา
Volume คือจำนวนสัญญาที่จับคู่ซื้อขาย
Volume คือจำนวนสัญญาที่มีการจับคู่กันภายในช่วงเวลาที่รายงาน เช่น ระหว่างวันทำการ สัญญาที่จับคู่หนึ่งสัญญานับเป็น Volume หนึ่งสัญญา ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสถานะ การปิดสถานะ หรือการจับคู่ที่มีฝ่ายหนึ่งเปิดและอีกฝ่ายปิด
TFEX อธิบายคำจำกัดความและการอ่านข้อมูลทั้งสองค่าไว้ในบทความ Volume และ OI บอกอะไรกว่าที่คิด
เปรียบเทียบ OI กับ Volume
| ข้อมูล | สิ่งที่นับ | ลักษณะของค่า |
|---|---|---|
| Open Interest (OI) | สัญญาที่ยังคงเปิดค้างอยู่ | ยอดคงค้าง ณ เวลารายงาน |
| Volume | สัญญาที่จับคู่ซื้อขายในช่วงเวลานั้น | ปริมาณกิจกรรมในช่วงเวลาที่กำหนด |
ตัวอย่างเช่น OI ณ สิ้นวันเป็นยอดคงค้างของสัญญา ส่วน Volume ของวันนั้นรวมจำนวนสัญญาที่จับคู่ตลอดช่วงเวลาซื้อขายตามวิธีรายงานของตลาด
การจับคู่หนึ่งสัญญาทำให้ OI เปลี่ยนอย่างไร
การเปลี่ยนแปลง OI ขึ้นอยู่กับว่าสถานะของทั้งสองฝ่ายในการจับคู่นั้นเป็นการเปิดหรือปิด ขณะที่ Volume เพิ่มตามจำนวนสัญญาที่จับคู่ ตัวอย่างต่อไปนี้อธิบายหนึ่งสัญญาที่จับคู่ โดยสมมติว่าข้อมูลถูกวัดในช่วงเดียวกัน:
- ทั้งสองฝ่ายเปิดสถานะใหม่: Volume เพิ่ม 1 สัญญา และ OI เพิ่ม 1 สัญญา
- ฝ่ายหนึ่งเปิดสถานะใหม่ อีกฝ่ายปิดสถานะเดิม: Volume เพิ่ม 1 สัญญา และ OI คงเดิม
- ทั้งสองฝ่ายปิดสถานะเดิม: Volume เพิ่ม 1 สัญญา และ OI ลด 1 สัญญา
ตารางนี้เป็นตัวอย่างหลักการนับ ไม่ได้ระบุทิศทาง Long หรือ Short สุทธิของตลาด และรายละเอียดการรายงานอาจขึ้นกับผลิตภัณฑ์และเวลาที่เผยแพร่ข้อมูล
OI ช่วยบอกอะไร และมีข้อจำกัดอะไร
การเปลี่ยนแปลง OI ใช้ดูได้ว่าจำนวนสัญญาคงค้างของผลิตภัณฑ์หรือซีรีส์หนึ่งเปลี่ยนไปเท่าใด เมื่อพิจารณาควบคู่กับราคาและ Volume จะช่วยอธิบายบริบทของกิจกรรมในช่วงเวลานั้นได้ แต่ OI รวมไม่เปิดเผยตัวตนของผู้ถือสถานะ ไม่บอกว่าใครเป็นผู้เล่นรายใหญ่ และไม่แยกว่าผู้เปิดสถานะใหม่อยู่ฝั่ง Long หรือ Short
ดังนั้น OI ที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่หลักฐานว่าตลาดเป็นขาขึ้นหรือมีเงินทุนจากสถาบันไหลเข้า ส่วน OI ที่ลดลงก็ไม่ยืนยันว่าฝั่งใดกำลังปิดทำกำไร รูปแบบราคา, Volume และ OI ใช้เป็นข้อมูลประกอบการศึกษาได้ แต่ไม่ควรใช้ค่าใดค่าหนึ่งเป็นสัญญาณซื้อขายหรือคำรับรองผลลัพธ์
วิธีตรวจข้อมูล OI จาก TFEX
- เลือกผลิตภัณฑ์และ contract series ให้ตรงกับสัญญาที่ต้องการศึกษา
- ตรวจวัน เวลา และช่วงการซื้อขายของข้อมูล โดยเปรียบเทียบค่าในช่วงเวลาเดียวกัน
- จดราคา Volume และ OI พร้อมกัน และแยกยอดคงค้างออกจากปริมาณซื้อขายของช่วงนั้น
- ตรวจวันหมดอายุและการเปลี่ยนไปใช้ซีรีส์ถัดไป เพราะข้อมูลของคนละสัญญาไม่ควรถูกนำมาต่อกันโดยไม่ระบุ
- ย้อนตรวจนิยามและข้อมูลตลาดจากแหล่งทางการ เช่นหน้า Market Statistics ของ TFEX
ค่าที่แสดงระหว่างวันอาจอ้างอิงคนละช่วงรายงานตามผลิตภัณฑ์ จึงควรอ่านหมายเหตุบนหน้าข้อมูลต้นทางทุกครั้ง บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อขายสัญญาใด
สรุป
Volume นับสัญญาที่จับคู่ในช่วงเวลาหนึ่ง ส่วน OI นับสัญญาที่ยังคงค้างอยู่ ทั้งสองค่าให้ข้อมูลคนละมุมและไม่สามารถบอกทิศทางหรือผู้ถือสถานะได้ด้วยตัวเอง หากนำไปศึกษา ควรตรวจผลิตภัณฑ์ ซีรีส์สัญญา และเวลารายงานจาก TFEX ก่อนตีความ
คำนวณ Lot Size และ Position Sizing ให้สอดคล้องกับแผนของคุณ
ประเมินขนาดสถานะจากเงินทุน ระยะ Stop Loss และระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้ ตรวจสมมติฐานและข้อจำกัดของเครื่องมือก่อนนำตัวเลขไปใช้

Full-Time Trader ประสบการณ์ 14 ปี+ · ผู้ก่อตั้งแกะกราฟกับกุ๊ก
แชมป์อันดับ 1 การแข่งขันเทรด DW ท้าโชว์พอร์ต DW06 ปี 2019 วิทยากรพิเศษให้แก่สถาบันการเงินและโบรกเกอร์ชั้นนำ ผู้สอนและโค้ชชิ่งเทรดเดอร์มากกว่า 1,000 คน
