กราฟเทคนิคัล

Open Interest (OI) คืออะไร? ต่างจาก Volume อย่างไร

โดย ครูกุ๊ก(กฤติยา คุณาบริมาส)
••ความรู้การเทรด

Open Interest (OI) และ Volume เป็นข้อมูลคนละชนิดที่รายงานควบคู่กันในตลาดอนุพันธ์ OI บอกจำนวนสัญญาที่ยังคงค้างอยู่ ส่วน Volume บอกจำนวนสัญญาที่จับคู่ซื้อขายในช่วงเวลาที่กำหนด ทั้งสองค่าอธิบายกิจกรรมในตลาดย้อนหลัง ไม่ใช่คำยืนยันว่าราคาจะขึ้นหรือลง

Open Interest (OI) คือจำนวนสัญญาคงค้าง

Open Interest คือจำนวนสัญญาฟิวเจอร์สหรือออปชันที่เปิดสถานะแล้วและยังไม่ถูกหักล้าง ปิด หรือสิ้นสุดตามเงื่อนไขของสัญญา สัญญาคงค้างหนึ่งสัญญามีคู่สัญญาฝั่งซื้อหนึ่งรายและฝั่งขายหนึ่งราย แต่ OI นับเป็นหนึ่งสัญญา ไม่ได้นับแยกเป็นสองสัญญาตามจำนวนฝั่ง

ดูคำจำกัดความจาก อภิธานศัพท์ Open Interest ของ TFEX และตรวจรายละเอียดให้ตรงกับชนิดผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดของสัญญาที่กำลังศึกษา

Volume คือจำนวนสัญญาที่จับคู่ซื้อขาย

Volume คือจำนวนสัญญาที่มีการจับคู่กันภายในช่วงเวลาที่รายงาน เช่น ระหว่างวันทำการ สัญญาที่จับคู่หนึ่งสัญญานับเป็น Volume หนึ่งสัญญา ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสถานะ การปิดสถานะ หรือการจับคู่ที่มีฝ่ายหนึ่งเปิดและอีกฝ่ายปิด

TFEX อธิบายคำจำกัดความและการอ่านข้อมูลทั้งสองค่าไว้ในบทความ Volume และ OI บอกอะไรกว่าที่คิด

เปรียบเทียบ OI กับ Volume

ข้อมูลสิ่งที่นับลักษณะของค่า
Open Interest (OI)สัญญาที่ยังคงเปิดค้างอยู่ยอดคงค้าง ณ เวลารายงาน
Volumeสัญญาที่จับคู่ซื้อขายในช่วงเวลานั้นปริมาณกิจกรรมในช่วงเวลาที่กำหนด

ตัวอย่างเช่น OI ณ สิ้นวันเป็นยอดคงค้างของสัญญา ส่วน Volume ของวันนั้นรวมจำนวนสัญญาที่จับคู่ตลอดช่วงเวลาซื้อขายตามวิธีรายงานของตลาด

การจับคู่หนึ่งสัญญาทำให้ OI เปลี่ยนอย่างไร

การเปลี่ยนแปลง OI ขึ้นอยู่กับว่าสถานะของทั้งสองฝ่ายในการจับคู่นั้นเป็นการเปิดหรือปิด ขณะที่ Volume เพิ่มตามจำนวนสัญญาที่จับคู่ ตัวอย่างต่อไปนี้อธิบายหนึ่งสัญญาที่จับคู่ โดยสมมติว่าข้อมูลถูกวัดในช่วงเดียวกัน:

  • ทั้งสองฝ่ายเปิดสถานะใหม่: Volume เพิ่ม 1 สัญญา และ OI เพิ่ม 1 สัญญา
  • ฝ่ายหนึ่งเปิดสถานะใหม่ อีกฝ่ายปิดสถานะเดิม: Volume เพิ่ม 1 สัญญา และ OI คงเดิม
  • ทั้งสองฝ่ายปิดสถานะเดิม: Volume เพิ่ม 1 สัญญา และ OI ลด 1 สัญญา

ตารางนี้เป็นตัวอย่างหลักการนับ ไม่ได้ระบุทิศทาง Long หรือ Short สุทธิของตลาด และรายละเอียดการรายงานอาจขึ้นกับผลิตภัณฑ์และเวลาที่เผยแพร่ข้อมูล

OI ช่วยบอกอะไร และมีข้อจำกัดอะไร

การเปลี่ยนแปลง OI ใช้ดูได้ว่าจำนวนสัญญาคงค้างของผลิตภัณฑ์หรือซีรีส์หนึ่งเปลี่ยนไปเท่าใด เมื่อพิจารณาควบคู่กับราคาและ Volume จะช่วยอธิบายบริบทของกิจกรรมในช่วงเวลานั้นได้ แต่ OI รวมไม่เปิดเผยตัวตนของผู้ถือสถานะ ไม่บอกว่าใครเป็นผู้เล่นรายใหญ่ และไม่แยกว่าผู้เปิดสถานะใหม่อยู่ฝั่ง Long หรือ Short

ดังนั้น OI ที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่หลักฐานว่าตลาดเป็นขาขึ้นหรือมีเงินทุนจากสถาบันไหลเข้า ส่วน OI ที่ลดลงก็ไม่ยืนยันว่าฝั่งใดกำลังปิดทำกำไร รูปแบบราคา, Volume และ OI ใช้เป็นข้อมูลประกอบการศึกษาได้ แต่ไม่ควรใช้ค่าใดค่าหนึ่งเป็นสัญญาณซื้อขายหรือคำรับรองผลลัพธ์

วิธีตรวจข้อมูล OI จาก TFEX

  1. เลือกผลิตภัณฑ์และ contract series ให้ตรงกับสัญญาที่ต้องการศึกษา
  2. ตรวจวัน เวลา และช่วงการซื้อขายของข้อมูล โดยเปรียบเทียบค่าในช่วงเวลาเดียวกัน
  3. จดราคา Volume และ OI พร้อมกัน และแยกยอดคงค้างออกจากปริมาณซื้อขายของช่วงนั้น
  4. ตรวจวันหมดอายุและการเปลี่ยนไปใช้ซีรีส์ถัดไป เพราะข้อมูลของคนละสัญญาไม่ควรถูกนำมาต่อกันโดยไม่ระบุ
  5. ย้อนตรวจนิยามและข้อมูลตลาดจากแหล่งทางการ เช่นหน้า Market Statistics ของ TFEX

ค่าที่แสดงระหว่างวันอาจอ้างอิงคนละช่วงรายงานตามผลิตภัณฑ์ จึงควรอ่านหมายเหตุบนหน้าข้อมูลต้นทางทุกครั้ง บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อขายสัญญาใด

สรุป

Volume นับสัญญาที่จับคู่ในช่วงเวลาหนึ่ง ส่วน OI นับสัญญาที่ยังคงค้างอยู่ ทั้งสองค่าให้ข้อมูลคนละมุมและไม่สามารถบอกทิศทางหรือผู้ถือสถานะได้ด้วยตัวเอง หากนำไปศึกษา ควรตรวจผลิตภัณฑ์ ซีรีส์สัญญา และเวลารายงานจาก TFEX ก่อนตีความ

เครื่องมือบริหารความเสี่ยงพอร์ตฟรี

คำนวณ Lot Size และ Position Sizing ให้สอดคล้องกับแผนของคุณ

ประเมินขนาดสถานะจากเงินทุน ระยะ Stop Loss และระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้ ตรวจสมมติฐานและข้อจำกัดของเครื่องมือก่อนนำตัวเลขไปใช้

กฤติยา คุณาบริมาส
กฤติยา คุณาบริมาสครูกุ๊ก

Full-Time Trader ประสบการณ์ 14 ปี+ · ผู้ก่อตั้งแกะกราฟกับกุ๊ก

แชมป์อันดับ 1 การแข่งขันเทรด DW ท้าโชว์พอร์ต DW06 ปี 2019 วิทยากรพิเศษให้แก่สถาบันการเงินและโบรกเกอร์ชั้นนำ ผู้สอนและโค้ชชิ่งเทรดเดอร์มากกว่า 1,000 คน

แชมป์เทรด DW06
SET Influencer
นักเรียน 1,000+ คน